วิธีหนีนรก ตามแนว "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"
Neenarok.com

วัตถุประสงค์ : ช่วยเผยแผ่คำสอนของ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” เพื่อให้กลุ่มบุคคลทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้เข้าสู่วัยชรา

เมื่อถึงแก่อายุไขหรือวาระสุดท้ายของชีวิต จะมีเส้นทางเดินไปสู่สุคติ อันมี “สวรรค์-พรหม-พระนิพพาน”

เป็นที่อาศัยอย่างมีความสุข หรืออย่างต่ำก็ต้องเกิดเป็นมนุษย์ในลำดับสุดท้าย หากแน่ใจว่า ได้ปฏิบัติตามคำสอนของ

"หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" อย่างเคร่งครัด ท่านจะไม่ต้องเดินเฉียดเข้าสู่ประตูอบายภูมิอันมี

“นรก-เปรต-อสูรกาย-และสัตว์เดรัจฉาน อย่างแน่นอนที่สุดแล

(ณัชพล เทพนิมิต)

»  หน้าแรก  |  หมวดหมู่ทั้งหมด  |  คลิปวิดีโอน่าสนใจ  |  ประมวลภาพ ซ.สายลม
หมวดหมู่ :     คำค้นหา :
» 10 บทความ อัพเดตล่าสุด !!
 วัตถุประสงค์ในการเผยแผ่ วิธีหนีนรก ตามแนว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
 เมื่อ 11/06/2561

 ตอนที่ 24 จริยาของพระโสดาบัน (จบ)
 เมื่อ 11/06/2561

 ตอนที่ 23 องค์ของพระโสดาบัน
 เมื่อ 11/06/2561

 ตอนที่ 22 การปฏิบัติตนเพื่อหนีนรกแบบง่ายๆ (ต่อ)
 เมื่อ 11/06/2561

 ตอนที่ 21 การปฏิบัติตนเพื่อหนีนรกแบบง่ายๆ
 เมื่อ 11/06/2561

 ตอนที่ 20 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
 เมื่อ 10/06/2561

 ตอนที่ 19 กรรมบถ 10 ข้อที่ 9 พยาบาท
 เมื่อ 10/06/2561

 ตอนที่ 18 อานิสงส์ของกรรมบถ 10 ข้อที่ 4
 เมื่อ 10/06/2561

 ตอนที่ 17 ศีลข้อที่ 5
 เมื่อ 10/06/2561

 ตอบที่ 16 คาถามหาเสน่ห์
 เมื่อ 06/06/2561

 ตอนที่ 15 ศีลและกรรมบถ 10 ข้อที่ 3
 เมื่อ 06/06/2561

 ตอนที่ 14 ศีลและกรรมบถ 10 ข้อที่ 2
 เมื่อ 06/06/2561

 ตอนที่ 13 อานิสงส์ของการรักษาศีลข้อที่ 1
 เมื่อ 06/06/2561

 ตอนที่ 12 การปฏิบัติตนในศีลข้อที่ 1
 เมื่อ 06/06/2561

 ตอนที่ 11 เปิดประตูให้พบทางสวรรค์ พรหม และพระนิพพาน
 เมื่อ 05/06/2561

 ตอนที่ 10 อารมณ์เป็นสุขเพราะกำลังสมาธิ
 เมื่อ 05/06/2561

 ตอนที่ 09 การเจริญสมาธิในพุทธานุสสติกรรมฐาน
 เมื่อ 05/06/2561

 ตอนที่ 08 วิธีปฏิบัติให้จิตเป็นสมาธิ
 เมื่อ 05/06/2561

 ตอนที่ 07 พุทธานุสสติกรรมฐาน
 เมื่อ 05/06/2561

 ตอนที่ 06 จิตข้องอยู่ในทรัพย์สมบัติ ตายแล้วไปอบายภูมิ
 เมื่อ 05/06/2561

มีทั้งหมด 25 รายการ

หน้าหลัก / หมวดหมู่2 / ตอนที่ 18 อานิสงส์ของกรรมบถ 10 ข้อที่ 4
ตอนที่ 18 อานิสงส์ของกรรมบถ 10 ข้อที่ 4
อัพเมื่อ: 10/06/2561 - 01:20:49 น.    ผู้โพส: ณัชพล เทพนิมิต

คำสอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

 

     ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย ตอนนี้เป็นตอนที่ ๑๘ ของรายการหนีนรกก่อนจะพูดถึงอย่างอื่นก็ขอย้ำไว้ก่อนเพราะว่าจะฟังแต่ละตอนก็หลายวัน วิธีการหนีนรกจริง ๆ เป็นของไม่ยาก แค่ใช้อารมณ์ตัดสังโยชน์ ๓ ประการเท่านั้น สังโยชน์ ๓ ประการมีความรู้สึกว่า

      ข้อที่ ๑ มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มันจะไม่ตาย หรือไม่คิดถึงความตายเสียเลย

      ข้อที่ ๒ ไม่ยอมเชื่อหรือเลื่อมใสนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์

      ข้อที่ ๓ ไม่ยอมทำความดี สร้างแต่ความชั่ว ๕ ประการคือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดมุสาวาท ดื่มสุรา และเมรัย ถ้าจะสมาทานศีลกันบ้างก็สมาทานแบบเสียไม่ได้ หรือว่าสมาทานเป็นประเพณี เขาว่าปาณาก็ปาณาตามพระเป็นต้น อย่างนี้การสมาทานแบบนั้นไม่เป็นผล ตกอยู่ภายใต้อำนาจของสังโยชน์ คือร้อยรัดบรรดาท่านพุทธบริษัทให้ตกอบายภูมิ พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าไม่ต้องการลงอบายภูมิมีนรกเป็นต้น ก็ให้มีความรู้สึกไว้เสมอ และก็สร้างความดีคือยึด พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ถ้ายึดไว้อย่างนี้เมื่อไรตายแล้วเมื่อไรไม่ลงนรก และก็ยังไม่แน่นอนนัก ชาตินี้ไม่ลงชาติหน้าอาจจะลงก็ได้ ต่อไปก็ทรงศีลห้าให้บริสุทธิ์ เท่านี้แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ตรัสว่า ไม่มีทางลงอบายภูมิเลย จะไม่มีโอกาสเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน หากว่าท่านจะต้องเกิดอีกกี่ชาติก็ตาม แดนทั้ง ๔ ประการนี้จะไม่ยอมเด็ดขาด แดนที่จะไปก็คือ

      สีเลนะ สุคติง ยันติ ท่านจะมีแต่ความสุข ถ้าเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีความสุขไม่อย่างนั้นก็เป็นเทวดาหรือพรหม

      สีเลนะ โภคสัมปทา จะเกิดเป็นเทวดาหรือพรหม ก็มีทิพยสมบัติมาก ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคนร่ำรวยมีโภคทรัพย์สมบัติมาก คือเป็นคนรวย

      สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ในที่สุดท่านก็จะมีแต่ความสุขมากกว่าความทุกข์ ความทุกข์จะมีบ้างก็เล็กน้อยแค่ขันธ์ ๕ มันเจ็บป่วยเท่านั้น การปฏิบัติอย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน ทุกคนบอกว่าไม่ต้องการลงนรก แต่ขอให้มีกำลังใจจริง ๆ สามารถจะพ้นนรกได้จริง 

สำหรับตอนที่ ๑๘ นี้ บรรดาท่านพุทธบริษัทก็ขอพูดอานิสงส์สักหน่อย เพราะว่ากรรมบถ ๑๐ ข้อที่ ๔ พูดปด พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด เพ้อเจ้อ เหลวไหลยังไม่ได้กล่าวถึงอานิสงส์ การไม่ดื่มสุราและเมรัย ยังไม่ได้กล่าวถึงอานิสงส์ในการเส้นจากคิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่น ยังไม่ได้พูดถึงอานิสงส์ แต่ก็จะพูดถึงอานิสงส์ย่อ ๆ พอจำได้ง่าย ๆ การที่ท่านมีวาจาดี

      ๑. ไม่พูดปด

      ๒. ไม่พูดคำหยาบเป็นเครื่องสะเทือนใจของบุคคลผู้รับฟัง

      ๓. ไม่พูดส่อเสียดยุยงส่งเสริมให้เขาแตกร้าวกัน

      ๔. ไม่พูดจาเหลวไหลไร้ประโยชน์ พูดแต่วาจาที่เป็นประโยชน์

      คือกลับมาพูดใหม่คือ

      ๑. พูดแต่ความเป็นจริง

      ๒. พูดวาจาอ่อนหวานเป็นที่ชอบใจของบุคคลผู้รับฟังและก็

      ๓. พูดให้เขาก่อเกิดความรักซึ่งกันและกันไม่แตกความสามัคคี

      ๔. พูดเฉพาะวาจาที่เป็นประโยชน์

      ถ้าบรรดาท่านพุทธบริษัทท่านใดสามารถใช้วาจาทั้ง ๔ ประการนี้ให้ขึ้นใจจะไปในสถานที่ใด จะอยู่ที่ไหนก็ตามเราก็จะพูดแต่ความเป็นจริงใช้วาจาเป็นที่รักของบุคคลผู้รับฟัง แล้วเวลาจะพูดไปใครเขายุแยงตะแคงแสะกัน แล้วมายุเราส่งข่าวบอกว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้คิดร้ายเราต้องใช้ปัญญา อย่าเพิ่งเชื่อ อย่าคล้อยตามไปตามเขา และเราก็จะไม่พูดวาจาเช่นนั้น วาจาใดที่เป็นปัจจัยทำให้คนแตกร้าวกัน เราไม่พูด พูดให้เขามีแต่ให้ความรักกัน สามัคคีกัน กลมเกลียวกันและวาจาประเภทใด พูดไปแล้วไม่มีประโยชน์ เราจะไม่พูดวาจานั้น พูดเฉพาะวาจาที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อท่านทั้งหลายใช้วาจาทั้ง ๔ ประการนี้ได้เป็นปกติ ย่างนี้อาตมาขอยืนยันว่าในชาติปัจจุบันนี้ไม่ต้องชาติหน้าทุกท่านมีวาจาเป็นทิพย์ มีเสียงเป็นทิพย์ คำว่าทิพย์ ท่านแปลว่ายังไงก็ช่างเถอะแต่คำว่าทิพย์เกิดขึ้นแล้วที่ไหนที่นั่นก็ชอบใจ อย่างมีร่างกายเป็นทิพย์ คนก็ชอบ มีเครื่องประดับเป็นทิพย์คนก็ชอบ มีที่อยู่เป็นทิพย์ก็ชอบ ก็รวมความว่าวาจาของท่านเป็นวาจาดี เป็นวาจาทิพย์ จะไปคุยกับใครที่ไหน จะออกปากขอความช่วยเหลือบุคคลใด จะไม่มีใครเขารังเกียจเลย ท่านจะคุยกับใครที่ไหนจะไม่มีใครเบื่อหน่าย มีแต่คนหวังดีชอบใจในวาจาของท่าน รวมความว่าคนประเภทนี้ก็มีวาจาเหมือนวาจาทิพย์ พูดเป็นที่ถูกใจคน ผลที่จะได้รับก็คือ เรามีความสุข จะออกปากขอความช่วยเหลือกับใครสักครั้งไม่ต้องวิตกกังวลหวังว่าได้ทันทีทันใด ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าเราพูดที่ไหนใครเขาก็เชื่อ พูดที่ไหนใครเขาก็ชอบใจ พูดที่ไหนก็มีแต่คนรักกันกลมเกลียวกัน พูดที่ไหนก็มีแต่ประโยชน์ ไม่กล่าววาจาที่เป็นโทษให้เกิดกับใคร ไอ้การที่เราพูดดีให้เขา บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเขาก็พูดดีกับเรา ถ้าเราด่าเขา เขาก็ด่าเราอย่างนี้เป็นต้น

      ฉะนั้นขอบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทราบถึงอานิสงส์ปัจจุบัน ว่าท่านจะมีความสุขเพราะวาจาของท่าน ถ้าตายจากโลกนี้ไปแล้วไม่ต้องห่วง อานิสงส์ทั้งหลายเหล่านี้จะทวีขึ้นคูณเป็นแสน ผลประโยชน์ที่พึงจะได้คูณด้วยแสน เกิดชาติต่อไป ๆ อานิสงส์ก็ใหญ่ขึ้น แค่ได้ยินเสียงพูดได้ยินเสียงร้องจากความเป็นเด็กคนก็รักแล้ว และบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทคงสังเกตได้ ว่าคนบางคนยังไม่ทราบเขาพูดอะไรเลย เป็นแต่เพียงได้ยินเสียงเขาพูดแว่ว ๆ เสียงดังมาแต่ไกล เราชอบใจในเสียงเขาแล้ว อย่างนี้หวังว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทแรงความควาดีในการควบคุมวาจาของเขาแต่อาจจะควบคุมไม่ได้ตลอดกาลตลอดสมัยก็ได้สมัยใดที่อานิสงส์วาจาดีให้ผล เวลานั้นพูดไปกับคนใดก็ตามเขาเชื่อทุกประการแต่ว่าเรื่องของคน บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน คนเราเกิดมาแล้วนี่มันมี กุศล และ อกุศล ให้ผลเพราะเกิดมาแต่ละชาติเขาคงไม่พูดจริง ไม่พูดดีเสมอไปในกาลบางครั้งอาจจะมีการโกหกมดเท็จบ้าง พูดวาจาหยาบไปบ้าง อาจจะเผลอเข้าใจผิดคิดว่าเขาทะเลาะกันยุให้แตกกันเสียบ้าง บางครั้งก็เผลอพูดวาจาที่ไร้ประโยชน์อย่างนี้มันเป็นโทษ ถ้ากฎของกรรมประเภทนี้เข้ามาสนองเราเวลาที่เราเป็นคน ตอนนั้นวาจาของเราไม่มีผลในการพูดเลย ไปพูดกับใครใครเขาก็ไม่อยากฟัง มีแต่คนรังเกียจ คนที่พูดแล้วมีแต่คนรังเกียจหรือท่านทั้งหลายรังเกียจมีบ้างไหม เข้าใจว่ามี แต่ขณะใดอานิสงส์ของวาจาดีให้ผลขณะนั้นทุกคนอยากฟังคำพูดของท่าน นี่เป็นอานิสงส์ของการพูดดี

  แล้วมาประการข้อที่ ๒ ด้านสุราแลเมรัย พูดไปแล้วโทษของการดื่มสุราและเมรัยแต่คุณล่ะบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เอากันชาตินี้ก็แล้วกัน ก็มีหลายท่านที่เคยดื่มสุราแลเมรัยเป็นปกติ และต่อมาขณะที่ดื่มสุราและเมรัย อาตมาเคยพบเอง ได้ยินเอง ได้เห็นเอง มีคนรังเกียจเขา ว่าเขาเป็นคนกินเหล้าเมายาพูดไม่เป็นภาษาคน การประพฤติปฏิบัติการเลวทรามไม่มีใครอยากคบหาสมาคม ที่เขาต้องคบบ้างก็คบด้วยความจำเป็น บางทีก็ใช้อำนาจความเมา อำนาจป่าเถื่อน เอาความเมาเข้ามาผสม ทำให้เขาเกรงกลัวแต่เขาเกลียด เรียกว่าทั้งเกลียดทั้งกลัวประเภทนี้เป็นต้น แต่ถ้าว่าพอบุคคลนั้นเลิกกินเหล้าเมายาในปัจจุบันนี้มีเยอะ ที่มาหาอาตมาก็มาก แล้วก็มีหลายท่านมารายงานให้ทราบ เรียกว่า หลายร้อยท่านไม่ใช่หลายท่าน มารายงานให้ทราบ ขออภัยนะ ไม่ได้โฆษณาขายหนังสือ เพียงแค่อ่านประวัติหลวงพ่อปานเล่มเดียวจบ ผลก็เลิกในการดื่มสุราและเมรัยทันที ข้อนี้บรรดาท่านพุทธบริษัทที่เป็นสตรี ถ้าเผชิญสามีของท่านหรือภรรยาของท่านชอบดื่มสุราและเมรัยก็จงอย่ามั่นใจว่า ซื้อหนังสือหลวงพ่อปานไปให้เขาอ่าน เขาจะเลิกดื่มสุรา ที่พูดมานี่ไม่ใช่โฆษณาขายหนังสือ และก็ไม่ได้ขอยืนยันว่าเป็นอย่างนั้น แต่ว่าหลายร้อยท่านที่มาในงานเขารายงานบอก ผมอ่านหนังสือ ประวัติหลวงพ่อปานจบ เท่านี้ผมเลิกดื่มสุราและเมรัยทันที ที่เป็นอย่างนี้เพราะอาศัยหนังสือหลวงพ่อปานหรืออะไรเป็นเหตุ อาตมาก็ต้องขอตอบว่าความดีของท่านผู้นั้นเป็นเหตุ อาการที่ท่านยังดื่มสุราและเมรัยอยู่ มีความรู้สึกว่าการดื่มสุราและเมรัยเป็นของดี ทั้ง ๆ ที่มันทำลายทรัพย์สิน สำลายศักดิ์ศรี ท่านก็ยังว่าดีอยู่นั่น ทั้งนี้เพราะอกุศลในชาติก่อนที่ทำไว้เข้าสอนใจท่าน ทำให้เห็นว่าความชั่วเป็นความดี แต่ว่าพอหยิบหนังสือหลวงพ่อปานขึ้นมาอ่านจบ ตอนที่กำลังอ่านไปอำนาจของกุศลจิตเกิดขึ้นในขณะนั้นพอดี กุศลเกิดขึ้น กุศลเก่าที่ทำไว้ในชาติก่อนก็จ่ออยู่แล้วทั้ง ๒ อย่าง นี่ผลของบุญและผลของบาปมาจ่ออยู่ข้างใจเรา ถ้าผลของบาปเข้ามาทับใจก่อน ผลของบุญก็เข้ามาไม่ได้ คอยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่พออ่านหนังสือเรื่องนั้นเข้าชอบอกชอบใจ เพลิดเพลินในหนังสือ จิตเป็นกุศล จิตน้อมเข้ามาหากุศล ถ้าจิตเป็นกุศลเกิดขึ้นมา อกุศลก็ต้องถอย เมื่ออกุศลถอยไปแล้วกุศลใหม่ยังครองจิตอยู่กุศลเก่าเข้าผสมทันที ตอนนี้เป็นกำลังใจของบรรดาท่านพุทธบริษัทให้ตัดสินใจเลิกดื่มสุราและเมรัยทันที 

  ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายทั้งหลายเข้าใจตามนี้นะ แต่ว่าอาการอย่างนี้จะให้เป็นทุกคนอาตมาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ฟังแล้วจะพากันมาซื้อหนังสือหลวงพ่อปานไปให้สามีหรือภรรยาอ่านที่ติดสุราและเมรัย ถ้าเลิกไม่ได้อย่ามาด่าอาตมามาว่าโฆษณาขายหนังสือ "ไม่เห็นจะเลิกได้เลย" อันนี้ไม่ขอยืนยันว่าเลิกได้นะ ต้องขอตอบว่าอกุศลของท่านถอยไป กุศลใหม่ที่อ่านหนังสือเกิดขึ้น เกิดศรัทธา กุศลเก่าที่ทำมาแล้วในชาติก่อนคอยอยู่แล้วเข้าผสมทันที กุศลทั้ง ๒ ประการนี้ ๒ อันดับนี้เข้ามาประสานกัน มีกำลังมาก ตีกุศลให้ถอยไป อกุศลก็หนีไป ท่านจึงตั้งใจเลิกการดื่มสุราและเมรัย ถ้าท่านที่เอาหนังสือหลวงพ่อปานไปอ่าน ถ้ากุศลใด ๆ ไม่เกิดขึ้นกับใจ อ่านกี่ร้อยเที่ยว กี่พันเล่มมันก็เลิกสุราและเมรัยไม่ได้ ขอบอกไว้เสียก่อน

      ทีนี้การไม่ดื่มสุราและเมรัยสติสัมปชัญญะก็สมบูรณ์แบบ สติ นึกไว้ว่าอะไรมันดีมันชั่ว สัมปชัญญะ รู้ตัวว่าอะไรดีอะไรชั่ว เลือกทำแต่ความดี ละความชั่ว อันนี้เกิดขึ้นแน่หลังจากนั้นต่อไปอะไรจะเกิดขึ้น ก็มหากุศล มหากุศลคือ กุศลใหญ่ เริ่มตั้งใจทำแต่ความดี ความประมาทไม่มีในชีวิต จิตก็คิดอย่างเดียวว่าอยากจะพ้นจากอบายภูมิ มีนรกเป็นต้น ถ้าเป็นอย่างนี้บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน ความรู้สึกว่าชีวิตนี้จะต้องตายก็เกิดขึ้น เพราะอารมณ์เป็นกุศลและยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ อารมณ์นี้ก็เกิดขึ้น การทรงศีลห้าให้บริสุทธิ์อารมณ์นี้ก็เกิดขึ้น จิตตั้งหวังไว้เพื่อนิพพานอารมณ์นี้ก็เกิดขึ้น ถ้าอารมณ์ทั้ง ๔ ประการเกิดขึ้นเมื่อใด บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย และอารมณ์นั้นไม่สลายตัว ขึ้นชื่อว่าอบายภูมิทั้ง ๔ ไม่มีแก่ท่านแน่ในชาติต่อ ๆ ไป นี่ว่ากันถึงอานิสงส์ ไม่ดื่มสุราและเมรัย เอาย่อ ๆ มากนักจำไม่ได้มันก็อาจจะมากไปหน่อย 

  ตอนนี้ว่าถึงอานิสงส์ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นได้มาเป็นของตนอารมณ์อย่างนี้ ศีลทุกข้อบรรดาท่านพุทธบริษัท กรรมบถ ๑๐ ก็ดี ก็ต้องมีธรรมะแทรกเป็นยาดำ ธรรมะที่แทรกเข้ามานี้เราไม่ต้องหาเกิดขึ้นเองกับใจ ท่านก็ลองคิดดูว่าทำยังไงเราจึงจะไม่คิดถึงเหตุนั้น ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่น เราไม่เคยมีแหวนเพชรเขามีแหวนเพชรมองเห็นแล้วก็ชอบใจ ไอ้เรื่องอยากจะได้แหวนเพชรมีอยู่ แต่ก็เชื่อในองค์สมเด็จพระบรมครู อายกได้แหวนเพชรแต่ไม่ใช่อยากได้อยากจะขโมยเขา ไม่ใช่โกงเขา ไม่ใช่ยื้อแย่งเขา อยากจะซื้อแหวนเพชรมาใช้ อายกจะหามาด้วยทุนของตัวเอง อันนี้ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรม ไม่ผิดทั้งศีลไม่ผิดทั้งกรรมบถ ๑๐ อยากได้เพราะเห็นว่าสวย แต่ไม่ใช่อยากจะแย่งอายกจะซื้ออายกจะหาเงินซื้อมาเอง อย่างนี้ใช้ได้ อารมณ์มีอยู่และอาการไม่อยากได้ของเขาอยากจะซื้อเองอย่างนี้อะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง อะไรทำให้เกิดแบบนี้ ก็ต้องตอบว่าธรรมะที่สิงอยู่ในใจ เราเองอาจจะไม่สามารถจะเห็นไว้ก่อนได้นั่นก็คือ เมตตา ความรัก กรุณา ความสงสาร สันโดษ ยินดีเฉพาะทรัพย์สินที่ตนหามาได้โดยชอบธรรมธรรมะทั้ง ๓ ประการนี้ควบคู่กันมาตลอด สิงอยู่ในใจประจำท่านนานแล้ว ตัวท่านเองท่านอาจจะไม่ได้คิด ท่านจะคิดหรือไม่คิดก็ตาม ในเมื่อทรัพย์สมบัติหรือเงินทองอยู่ในกระเป๋า จะถือว่าเราเป็นคนไม่มีเงินไม่มีทองไม่ได้ และที่เราไม่รู้ส่าเรามีเงินมีทองเพราะเราลืมค้น หรือควานหาหรือพิจารณา ลืมดูว่าในกระเป๋าเรามีอะไรบ้าง

      สมมุติว่าท่านเป็นคนมีกำลังมากกว่า ไปเจอะคนที่มีกำลังอ่อนแอกว่าอย่างคนป่วยมาก ๆ หรือเด็กตัวเล็ก ๆ คล้องสร้อยเพชรติดทับทรวงเพชร มีจั่นเพชร มีแหวนเพชรทั้งหมด เป็นต้น มีในร่างกายหรือมีทรัพย์สินทั้งหลายราคาเป็นแสนเป็นล้าน อยู่ในร่างกายเราสามารถจะหยิบเอาต่อหน้าก็ได้ลับหลังก็ได้ ไม่ต้องลับหลังหยิบเอาต่อหน้าคนพวกนี้ก็ไม่สามารถจะต่อสู้เราได้ ยิ่งเป็นคนป่วยไข้ไม่สบายอย่างหนักยิ่งดีมาก โอกาสที่ยับยั้งการกระทำของเราไม่ได้หรือเด็กเล็ก ๆ ก็ไม่สามารถจะต่อกรเราได้ เราจะปลดเปลื้องเอาของประเภทนี้เสียเมื่อไรก็ได้ แต่ว่าทำไมเราจึงไม่ทำ เห็นเข้าก็นึกคิดว่า เอ้อ คนป่วยนี่นะเขาป่วย อาการใกล้จะตายอยู่แล้ว แต่ทว่าเจามีทรัพย์สมบัติมากน่าภูมิใจ น่าดีใจ เด็กเล็ก ๆ คนนี้เด็กแท้ ๆ แต่ดีกว่าเรา มีทรัพย์สมบัติมากขนาดนี้แต่แทนที่จะยื้อแย่ง เราไม่เอา ข้อนี้มีอะไรเป็นเบื้องต้น มีสันโดษ

     ธรรมะที่มีความสำคัญข้อหนึ่ง คือสันโดษประจำใจท่านอยู่แล้ว ก็มีความรู้สึกนึกคิดว่า นี่มันเป็นสมบัติของเขาเราไม่ควรจะยื้อแย่งเอา และจิตใจก็ไม่อยากได้เสียด้วย ถ้าบังเอิญมาเห็นว่าสวยก็มีจิตเมตตาความรัก คิดว่าถ้าเราแย่งเอไปเมื่อไรก็ได้ แต่ไม่ควรแย่งมันทรัพย์สมบัติของเขา เราหลีกให้เพราะความรักหรือถ้าเราไม่เคยรักเขาไม่เคยสร้างความดีแก่เรา ก็มีความสงสารว่าคนป่วยขนาดนี้ ถ้าเราเข้าไปแย่งเขาจะเสียกำลังใจ เพราะเสียของดีไม่ดีไม่ตายจากอาการป่วยในกาลก่อนที่เป็นมา ตายเพราะความเสียที่เราแย่งของ ถึงแม้เห็นว่าเด็กที่ประคับประคองทรัพย์สมบัติมากแบบนั้นที่เราไม่ทำถ้าเราไม่เคยรักมา เราก็สงสารว่าเป็นเด็กไม่สามารถจะหาสมบัติอย่างนี้ได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยผู้ใหญ่หาให้ ถ้าเราไปยื้อแย่งเธอเข้าอย่างนี้ไซร้ เธอก็จะเสียกำลังใจดีไม่ดีก็ตายได้เลย ก็รวมความที่เราไม่ทำเพราะความดี คืออริยทรัพย์ฝังใจเราอยู่ แต่เราอาจจะไม่รู้ว่าเราเป็นคนดีก็ได้

     นี่เป็นอานิสงส์บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ถ้าเราเว้นการไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลใดโดยไม่ชอบธรรม เว้นการอยากได้นะ ทรัพย์สมบัติของเขาเราไม่อยากได้ เราต้องการอย่างเดียวเห็นเขามีดีอะไรเราจะทำอย่างนั้นให้ปรากฏ อย่างนี้องค์สมเด็จพระบรมสุคตทรงสรรเสริญว่าเป็นคนดี และเจตนาดวงนี้ของบรรดาท่านพุทธบริษัทก็จะสำเร็จผล มันจะช้าหรือเร็วอยู่ที่ท่าน เราตั้งใจอยากจะได้ทรัพย์สมบัติอย่างนี้บ้างเราจะหาด้วยกำลังกายปัญญาของเราเอง และทุนทรัพย์ของเราเอง ก็ถือว่าตั้งใจหาด้วยกำลังของความเพียร พระพุทธเจ้ากล่าวว่า วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร อันนี้เป็นความดีของบรรดาท่านพุทธบริษัท

      เป็นว่าอานิสงส์ที่จะพึงได้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายในชาติต่อไปท่านจะหาไฟไหม้บ้านของท่านไม่ได้เลย ไฟมันจะช๊อตในบ้านของท่านสักกี่ครั้งกี่วาระมันก็ไม่ไหม้ขึ้นมาได้ บางครั้งบางคราวไฟไม่ช๊อตแต่คนมาจุดบ้าน เอาน้ำมันมาราด อย่างนี้ไฟก็ไม่ไปติดอะไร คิดว่าอาการอย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายคงจะได้ยินข่าวมาแล้ว บางบ้านไฟช๊อตนิดเดียวไฟลุกพรึบไฟไหม้บ้าหมด บางบ้านไฟฟ้าช๊อตลามแปลบ ๆ ไฟลุกเป็นประกายเขียวไปตลอดสายไฟฟ้าที่มีในบ้านแต่ไม่ยอมไหม้อะไรเลย อย่างนี้ก็มี หรือบางรายจุดไฟเท่าไรก็ไม่ติด อย่างนี้ท่านอาจจะเคยได้ยิน ที่เป็นอย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัทกฌเพราะว่าอานิสงส์ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นมาเป็นของตนโดยไม่ชอบธรรม 

  และประการที่ ๒ ท่านจะเห็นว่าลมพัด บางทีบ้านของเราอ่อนแอกว่า บ้านบางบ้านอ่อนแอกว่า บ้านที่จะล้มเพราะลมมีเยอะแยะไป แต่ไอ้บ้านที่คิดว่าจะพังมันไม่ยอมพัง มันไปพังบ้านที่มีความแข็งแรงกว่า และบางโอกาสที่น้ำมา บางทีทำลายทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย ของบางคนปลอดภัยไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะเสียหายบ้างก็เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของที่ไร้ค่ามีค่าเล็กน้อยก็แล้วกัน ของไร้ค่าไม่มี แม้แต่ผ้าขี้ริ้วมันก็มีราคาและของค่าเล็กน้อยคือไม่สะเทือนใจนัก บางบ้านมีการป้องกันแน่นหนาก็ถูกปล้น ถูกแย่ง ถูกชิง ถูกวิ่งราว ถูกจี้ แต่บางคนคนที่มีทรัพย์สินมาก ๆ แต่บ้านช่องก็ไม่ค่อยดีมีการป้องกันน้อยแต่ปลอดภัยจากโจร

      ที่เป็นอย่างนี้แหละบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน เพราะอาศัยกำลังของตนตั้งอยู่ในอำนาจของความดี คือมีความสันโดษ ไม่ยินดีในทรัพย์สินของชาวบ้าน ที่เราจะได้มาโดยไม่ชอบธรรม คือไม่คิดจะคด จะโกง จะยื้อจะแย่ง จะลักจะขโมยของเขา เพราะอาศัยที่มีกำลังเมตตา คือความรัก กรุณา คือความสงสารประจำใจเป็นธรรมะที่ทำจิตใจให้เยือกเย็น บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจึงได้เป็นอย่างนั้นมีอานิสงส์อย่างนี้ จึงขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านจงพากันรักษาความดีตามที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด เป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำ ขององค์สมเด็จพระบรมสุคต คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่ข้อนั้นมาเลย คือคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตาย ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดมุสาวาท ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดวาจาส่อเสียด ไม่พูดวาจาเพ้อเจ้อเหลวไหล ไม่ดื่มสุราและเมรัย ไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นใด มาเป็นของตนโดยไม่ชอบธรรม ถ้ากำลังใจทรงอย่างนี้ความดีของท่านแม้แต่ขณะนี้ยังไม่จบยังไม่หมดก็ตาม เชื่อว่าการจะเกิดในอบายภูมิทั้ง ๔ ไม่มีแล้วหากว่าท่านมีชีวิตอยู่ก็ตะมีความสุขขึ้นมาก ถ้าตายลงไปเมื่อไร องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่า ท่านจะเวียนว่ายตายเกิดใดวัฏฏะ แค่มนุษย์กับเทวดาหรือพรหม ถ้ามาเป็นมนุษย์แดนใดที่มีความลำบากยากแค้นท่านจะไม่เกิดที่นั่น แดนใดที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความร่ำรวย ท่านจะเกิดที่นั่น รูปร่างหน้าตาของท่านจะเป็นคนสวย

      ข้อนี้เว้นไว้ก่อนเพราะเวลามันจะหมด เมื่อเวลาจะหมดตอนที่ ๑๘ นี้ ก็ต้องขอลาบรรดาสาวกขององค์สมเด็จพระบรมสุคตทุกท่าน ขอทุกท่านจงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัย หาก หากทุกท่านประสงค์สิ่งใดก็ขอให้ได้สิ่งนั้นสมความปรารถนาทุกประการ สวัสดี... 

 คำสอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี



[ กลับขึ้นด้านบน ]